นิราศ โจโจ้น้อยรำพึงรัก ตอนที่ 4
๐ห้าโมงตะวันเคลื่อน
ท้องฟ้าเลื่อนเริ่มเปลี่ยนหัน
จากฟ้าขาวอนันต์ ก็เริ่มมืดอับแสงลง
เป้าหมายในค่ำนี้ จะพักที่ตามประสงค์
ตำหนักภูพานคง ที่กล่าวขานกันเรื่อยมา
๐ถึงทางลัดคดเคี้ยว
หักรถเลี้ยวบ้านโนนสา
เลี้ยวซ้ายข้างศาลา ถนนแดงสุดจะพรรณ
ตะวันก็เริ่มก็เริ่มลับ รีบเร่งขับไม่มองหัน
เหยียบขับสลับกัน หนทางนี้แสนเปลี่ยวกาย
๐หมู่บ้านย่านเล็กเล็ก บ้านไม้เหล็กมีหลากหลาย
หนึ่งสองชั้นเรียงราย แต่อยู่ห่างกันสมควร
ไฟฟ้าก็มีน้อย ใจละห้อยคิดโหยหวน
กลัวภัยมารบกวน บ้างโจรร้ายผีพรายพันธุ์
๐มองไปทุกหย่อมหญ้า เวทนาแสนโศกศัลย์
นานนานรถผ่านนั้น แสนวิเวกเปลี่ยวกายา
มีแต่ต้นไม้ใหญ่ ยูคาไทรกฤษณา
ขับผ่านผ่านวับตา เรียงเต็มอยู่สองข้างทาง
๐ขับไปใจหวนคิด ถึงดวงจิตไม่เหินห่าง
อยากให้มาร่วมทาง พี่คนนี้คงสุขใจ
มีคนช่วยดูบอก หนทางซอกซอยไหนไหน
คงจะไม่กลัวภัย เพราะมีน้องเพื่อนร่วมทาง
๐ขับไปคุยหัวเราะ คงเสนาะสนั่นสาง
หยอกเย้าเร้านวลนาง จูบกอดเล่นสนุกพลัน
บ้างป้อนขนมให้ เอาอกใจมิไหวหวั่น
คิดถึงค่ำคืนวัน ที่เรานี้เคยทำมา
๐ป่านนี้ดวงใจพี่ ยอดนารีจะหรรษา
หรือว่าเศร้าโศกา พี่คนนี้คิดตรอมตรม
คิดถึงกันบ้างไหม ยอดไปทอย่าขื่นขม
ข้าวน้ำแลปลานม ป่านฉะนี้จะกินยัง
๐อดคิดห่วงไม่ได้ คิดมากไปใจก็คลั่ง
น้ำตารินไหลหลั่ง อาบท่วมแก้มเกินบรรยาย
คืนนี้ไม่เห็นหน้า ฝากดาราดูโฉมฉาย
กล่อมห้วงดวงฤทัย ของข้านี้ให้หลับนอน
๐ขับออกจากซอยเปลี่ยว ขับรถเลี้ยวบ้านดอน
ซ้ายเลี้ยวเร่งรีบจร ตรงมุ่งหน้าสู่ภูพาน
ตำหนักภูพานแก้ว ตั้งเรียงแนวเป็นตระหง่าน
เรื่องชื่อระบือนาน ว่าสวยแท้ดุจชั้นพรหม
๐ขับผ่านมองเห็นป้าย สวยเหลือหลายช่างเหมาะสม
พรุ่งเช้าเข้าประคม กราบไหว้วอนพร้อมเที่ยวดู
วันนี้แลดึกมาก ต้องพลัดพรากหาที่อยู่
ที่พักแถวใกล้ภู ห้องละสองสามร้อยเงิน
๐ขับรถถึงที่พัก ช่างเหนื่อยนักไม่เก้อเขิน
รีบเร่งออกแรงเดิน เข้าห้องพักอย่างเร็วพลัน
ถอดเสื้อถอดถุงเท้า วางกระเป๋าอย่างสร้างสรรค์
เดินเข้าห้องน้ำพลัน ฟอกสบู่ถูกายา
๐อาบเสร็จปะโปรยแป้ง ตามตัวแข้งระหว่างขา
ปะเปื้อนถึงใบหน้า เย็นทั่วร่างสว่างตา
เสร็จสรรพแล้วลงนอน ปิดตูกอนตามประสา
ปิดไฟปิดตุมกา หน้าต่างพร้อมก่อนจะนอน
๐ก่อนหลับกราบวอนไหว้
อวยเทพไท้อนุสรณ์
ปู่ตาหัวนาดอน เคารพไหว้เทิดบูชา
ลูกมาอยู่ต่างที่ ต่างบ้านนี้ไกลหนักหนา
สุดแสนเวทนา ชีวิตนี้ต้องเดินทาง
๐ไหว้วอนขอพรแล้ว กราบลาแก้วลงก่อนสาง
กราบเสร็จไม่เหินห่าง ทิ้งตัวลงนอนสบาย
ก่อนนอนก็หวนคิด หมู่มวลมิตรที่ห่างหาย
จากกันมาหลายราย คิดถึงหน้าเศร้าอาวรณ์
๐ตีห้าฟ้ากระจ่าง ออกเดินทางตามลูกศร
เป้าหมายคือภูดอน ภูพานนั้นตำหนักวัง
จะเข้าไปชมเที่ยว ดูเก็บเกี่ยวด้วยกำลัง
ทุกซอกซอยในวัง จะเดินชมจนพอใจ
๐ฤกษ์ยามก็มาถึง แปดโมงครึ่งประตูใหญ่
เปิดออกแล้วก็ให้ ประชาชนเข้าเยี่ยมชม
มีมวลหมู่ทหาร รักษาการไม่ขื่นขม
ตัวตรงไม่เป็นลม ข้างกายพร้อมประดับปืน
๐ก่อนเข้าต้องแลกบัตร ห้ามขืนขีดและฝ่าฝืน
ยามออกค่อยแลกคืน ทำอย่างนี้ทุกคนไป
เมื่อตรวจเสร็จทุกสิ่ง ค่อยเดินวิ่งตามชาสัย
แต่ต้องเฝ้าเกรงใจ เพราะกฎนั้นก็มากมี
๐มองไปสองข้างทาง ผู้คนต่างเดินเร็วรี่
บ้างถ่ายรูปก็มี บ้างเดินเล่นชมความงาม
ต้นไม้หมู่มวลพืช ต้นจางจืดต้นมะขาม
พะยูงพะยอมปาล์ม แคไพรสนประดู่รัง
๐โพธิ์ไทรกระบกแก้ว ปลูกเป็นแนวทั้งสองฝั่ง
คูณเค็งบานสะพรั่ง ย้อยไหลหลั่งลงตามดิน
กล้วยไม้แลไม้เลื้อย ไหลไปเรื่อยตามโขดหิน
ชะพูเต็มพื้นดิน พลูด่างนั้นก็หลากพันธุ์
๐บางต้นดอกสีขาว เป็นพลวงยาวลดไหลหลั่น
ยาวสั้นสลับกัน ดูดีแล้วช่างเพลินตา
บางต้นมีผลด้วย ออกสีสวยเป็นสง่า
ชมพูแดงเหลืองฟ้า
ช่างวิจิตรงดงามจริง