นิราศ โจโจ้น้อยรำพึงรัก
๐อิ่มกานสบายท้อง เยื้อย่างย่องกะทันหัน
มุ่งหน้าเริ่มบ่ายวัน แสงอาทิตย์เริ่มร้อนแรง
เหงื่อไหลใจละห้อย น้ำตาย้อยกระทบแสง
ขับไปใจคลอนแคลน ไม่อยากคิดจากน้องมา
๐มองออกสองข้างทาง ใจอ้างว้างสุดเหว่ว๋า
ต้นไม้มวลนกกา ยังมีคู่ครองของตน
พี่นี้ก็มีเจ้า แต่นงเยาว์เจ้าโกศล
แต่ต้องจากกมล พลัดกันสิ้นความสุขใจ
๐ความทุกข์เข้ามาแทน ไร้อ้อมแขนอันสดใส
เคยกอดพอดรักไป แต่วันนี้ต้องตรอมตรม
คิดถึงใจจะขาด สุดอนาจต่างขื่นขม
ทุกเศร้าเหงาระทม คิดถึงน้องตลอดวัน
๐ขับรถผ่านหมู่บ้าน สุขสำราญไม่แลหัน
สุขใจสุดอนันต์ ได้เห็นภาพประทับใจ
ชายไทยในเครื่องแบบ จับแขนแนบอิงเอาไว้
จับแขนยายเดินไป ข้ามถนนบนทางเดิน
๐ยายแก่อายุมาก ก่อนเดินจากไม่เก้อเขิน
อวยพรเป็นกลอนเพลิน ให้ชายนั้นสุขสมใจ
ร่ำรวยยศและเกียรติ ไร้เสนียดและพิษภัย
หน้าตาดูสดใส มีลูกเต้าให้ได้ดี
๐ไฟเขียวสว่างจ้า หมู่รถลาเร่งขับขี่
ไม่ช้าออกจากที่ รีบขับเคลื่อนเลื่อนออกไป
แสงแดดก็ส่องหน้า จับแว่นตาขึ้นมาใส่
แว่นดำที่อยู่ใน กล่องกระปุกข้างหน้าตน
๐ใส่แล้วก็มืดดำ ปานว่าค่ำดูสับสน
ถ้ามีน้องหน้ามน คงจะดีขับเปลี่ยนกัน
ก็ได้แต่เฝ้าคิด ไม่สถิตจะเป็นได้
คิดแล้วก็เศร้าใจ หน่อนวลน้องนั้นไม่มา
๐บ่ายสามก็มาถึง สุดสะพึงสะพรั่งหา
ปวดหลังอ่อนโรยรา ขาแขนคอสุดจะทน
ตูดก้นก็ทนปวด บีบนั่งนวดข้างถนน
จอดพักรักษาตน แล้วค่อยเลื่อนเคลื่อนจากไป
๐ปากท้องก็เริ่มหิว สั่นระลิ่วร้องหวั่นไหว
โหยหิวก็อดใจ เพราะอาหารนั้นไม่มี
ข้างทางมีแต่ป่า ราวป่าช้าหม่นหมองศรี
เงียบเชียบกระไรดี ช่างทุกข์ยากลำบากกาย
๐ขับรถไปเรื่อยเรื่อย แม้นจะเหนื่อยมากเหลือหลาย
โหยหิวเกินบรรยาย สมาธิก็ไม่มี
ขับมาเกือบสี่สิบ กิโลเมตรบ้านโคกสี
เหยียบผ่อนเบาเร่งรี หาสักร้านก็ไม่เจอ
๐มุ่งออกจากพังโคน เร่งกระโจนไม่ผันเผลอ
มองหาแล้วไม่เจอ ร้านอาหารที่จะกิน
เคลื่อนเข้าสู่วาริช ช่างวิจิตรเจริญศิลป์
ขับผ่านน่ายลยิน ตลาดค่ำเจริญตา
๐กว่าจะได้กินข้าว ช่างปวดร้าวสุดจะหา
จอดรถแล้วเดินมา หาของกินอยู่เรื่อยไป
ไส้กรอกปลาหมึกย่าง อ่อมปลาหางแกงปลาไข่
ลาบเป็ดแกงหน่อไม้ สารพัดจัดเรียงมา
๐วางเรียงเต็มตะแคร่ ย้อนยุคแท้เกินจะหา
ดูยากมากราคา ชนบทคนพื้นเมือง
วิถีของชาวบ้าน ช่างสะท้านความกระเดื่อง
หมู่บ้านช่างรุ่งเรือง ยายขายของแข็งแรงดี
๐ข้างกายมีตะกร้า ล้วนมีดพร้าใบพลูสี
หมากแห้งแก่นคูณมี สารพัดจัดหามา
ปูนขาวสีเสียดแดง ล้วนจัดแจงลงต่อหน้า
แล้วตำใส่กะลา อันเล็กเล็กคล้ายครกมอง
๐ตำเสร็จยื่นเข้าปาก ฉุดกระชากไม่ผันผอง
รีบเคี้ยวอย่างเร็วคล่อง ประดุจว่าจะกลืนกิน
สักพักเป็นน้ำแดง ไหลโรยแรงเริ่มส่งกลิ่น
หอมหมากใบพลูสิ้น คนแก่นี้ช่างกระทำ
๐สักพักบ้วนลงพื้น บ้างก็กลืนสุดจะขำ
บางยายมีแก้วน้ำ วางข้างตนอยู่เรียงราย
ยายบ้วนลงในแก้ว บ้างยายแคล้วลงเป็นสาย
กระจัดแลกระจาย เต็มพื้นนั่งร้านของตน
๐เดินผ่านอีกหนึ่งร้าน ด้วยอาการที่สับสน
คนแก่เกือบทุกคน ต้องเคี้ยวหมากทุกคนไป
ชายนั้นก็มีด้วย หญิงสาวสวยบ้างก็ใส่
ยัดเข้าปากอย่างไว หรือความเชื่อประเพณี
๐ด้วยความที่สงสัย ประจักษ์ในรสกลิ่นสี
ทำไมชาวบ้านนี้ นั้นส่วนมากกินหมากกัน
จึงตรัสถามยายเฒ่า คนนั่งเฝ้าร้านจัดสรร
ทำไมกินหมากกัน ยายตอบได้กระจ่างจริง
๐ยายบอกกินเพื่อจัด สารพัดทุกสรรพสิ่ง
กินแล้วไม่คราวจริง กลิ่นเหม็นนั้นก็หายไป
ยายตอบพลางนั่งหัว หรือยายมั่วเหตุไฉน
ทุกอย่างยายว่าไป เป็นความจริงทุกประการ
๐เมื่อเดินตลาดเสร็จ ก็ได้เกร็ดความรู้สาร
มุ่งหน้าออกจากลาน ตลาดนัดอย่างเร็วพลัน
มองไปสองข้างทาง ระยะห่างสุดสร้างสรรค์
มีไว้วางเรียงกัน ใช้เพราะปลูกถั่วฝักยาว
๐วิถีชาวประชา ช่างล้ำค่าเกินจะกล่าว
เพชรดีสีแพรวพราว อยู่กลางถ้ำเขาพงไพร
อยู่กินแสนเรียบง่าย สุขสบายจะหาไหน
ท่องเที่ยวเลี้ยวออกไป ต่างมากมายด้วยของกิน


