๐บางเครื่องก็มีเสียง ส่งสำเนียงอย่างขบขัน
เจื้อยแจ้วสารพันธ์ วิ่งตามลางบ้างก็เดิน
บ้างเด้งขึ้นสู่ฟ้า ดิ่งลงมาแล้วเหาะเหิน
เด็กเด็กเล่นเพลิดเพลิน พ่อแม่นี้สนุกตา
๐วันนี้อาหารเย็น คงจะเป็นอาหารป่า
แกงเห็ดแลแกงปลา มีให้เลือกสามสี่อัน
นั่งกินชมทิวทัศน์ เพื่อขจัดความโศกศัลย์
คิดถึงยอดอนันต์ ใจของพี่จะขาดลอน
๐กินข้าวก็เห็นหน้า แก้วขวัญตานางอัปสร
คิดถึงดวงผะมร ใจของพี่นี้โรยรา
จากมาแค่วันเดียว ประหนึ่งเที่ยวสุดจะหา
บ้างเด้งขึ้นสู่ฟ้า ดิ่งลงมาแล้วเหาะเหิน
เด็กเด็กเล่นเพลิดเพลิน พ่อแม่นี้สนุกตา
๐วันนี้อาหารเย็น คงจะเป็นอาหารป่า
แกงเห็ดแลแกงปลา มีให้เลือกสามสี่อัน
นั่งกินชมทิวทัศน์ เพื่อขจัดความโศกศัลย์
คิดถึงยอดอนันต์ ใจของพี่จะขาดลอน
๐กินข้าวก็เห็นหน้า แก้วขวัญตานางอัปสร
คิดถึงดวงผะมร ใจของพี่นี้โรยรา
จากมาแค่วันเดียว ประหนึ่งเที่ยวสุดจะหา
แค่วันและเวลา ป่านฉะนี้จะขาดใจ
๐หากแม้นไปหลายปี น้องคนนี้เป็นไฉน
หวาดหวั่นในหัวใจ กลัวน้องนี้จะเลิกรา
พูดแล้วน้ำตาย้อย ไหลพรั่งพลอยลงเต็มหน้า
ชาติชายนี้ต้องมา นั่งหวนคิดระแวงตน
๐หากแม้นไปหลายปี น้องคนนี้เป็นไฉน
หวาดหวั่นในหัวใจ กลัวน้องนี้จะเลิกรา
พูดแล้วน้ำตาย้อย ไหลพรั่งพลอยลงเต็มหน้า
ชาติชายนี้ต้องมา นั่งหวนคิดระแวงตน
๐ดึกดื่นก็ไม่หลับ นั่งกระสับส่ายกระสน
เอนกายทุกข์ระทน ประดุจน้องนั้นนอกใจ
ได้แต่ข่มตาหลับ ไม่ขยับขะเยื่อนไหน
บังคับนับในใจ ให้ตานรี้หลับลงนอน
๐สามทุ่มคลาดเคลื่อนมา หมู่มวลหมาก็เห่าหอน
บ้างวิ่งกันสอลน กัดขบเขี้ยวกันเสียงดัง
ที่พักก็แสนเงียบ ประดุจเปรียบป่าช้าขลัง
นึกว่าป่าดงพัง แสนจะเงียบไม่มีคน
๐มองไปข้างหน้าต่าง หมาไอ้ด่างวิ่งสับสน
แลดูวิ่งเห่าคน หรือเห่าผีนี้กระไร
ทำใจสงบนิ่ง ไหว้วอนสิ่งที่เลื่อมใส
อ้อนวอนเป็นกลอนไทย บ้างสลับบาลีพลัน
๐คิดถึงหน้าพ่อแม่ สองยายแก่อย่างโศกศัลย์
มองดาวมองดวงจันทร์ น้ำตานี้ก็ไหลริน
จำจากมาไกลบ้าน บนสถานที่ต่างถิ่น
ปวดร้าวดวงชีวิน สุดจะพรั่นพรรณนา
๐ราตรีก็เคลื่อนคล้อย ดาราน้อยก็เคลื่อนหา
มวลหมู่ไก่นกกา ร้องดังแจ้วข้างเรือนนอน
สัญญาณเข้าวันใหม่ หมู่มวลไก่ร้องเป็นกลอน
เอ้กเอ้กดังกระฉ่อน เที่ยงคืนแล้ววันเวลา
๐เช้ารุ่งตะวันแจ้ง แดดส่องแสงเข้ามาหา
แปดโมงเลื่อนเข้ามา รีบอาบน้ำชำระตน
เก็บของเสร็จสับแล้ว ต้องคลาดแคล้วจากสถน
สถานต่างตำบล จะต้องรีบจ้าวจากจร
๐แรมรอนออกจากที่ สุขฤดีชาญสมร
มุ่งหน้าสู่ภูธร ด้วยรถน้อยคันคู่กาย
ขับเคลื่อนออกจากห้อง หันหลังมองมิห่างหาย
แจ้วแจ้วอย่างท้าทาย รีบขับรถสนุกครัน
๐พังโคนคือป้ายหน้า สุขหรรษาแสนสุขสันต์
รีบเร่งไปให้ทัน ก่อนแสงแดดจะบังตา
แปดสิบเก้าสิบร้อย เบาแรงค่อยสลับขา
เร่งผ่อนบางเวลา รถคันหน้าแสนวุ่นวาย
๐ขนมันแลขนอ้อย กิ่งไปย้อยไปตามสาย
กลาดเกลื่อนหล่นเลียงลาย ตามถนนทางคนเดิน
บ้างหล่นลงเป็นหัว บ้างน่ากลัวหกระเหิน
ไม่อยากขับเผชิญ แต่ก็ต้องมุ่งต่อไป
๐ออกมาได้ยี่สิบ กิโลเมตรสุดวิสัย
ยื่นหน้าส่องออกไป มีด่านตรวจจราจร
รถจอดกันเรียงลาย ชิดขวาซ้ายน่าสังหรณ์
รีบเปิดประตูกอน ลงจากรถแล้วเดินไป
๐มองไปเห็นกองเลือด ดำแดงเดือดสุดวิสัย
มีแต่ชาวกู้ภัย เดินปั่นป่วนสวนไปมา
หญิงชายตายทั้งคู่ ช่างหดหู่เป็นหนักหนา
ไม่รู้ถึงที่มา ว่าเขานั้นเป็นอย่างไร
๐มีแต่หมู่มวลญาติ เศร้าผงาดน้ำตาไหล
ร้องห่มแลร้องไห้ ป่านฉะนี้จะขาดใจ
จึงเอ่ยถามยายแก่ ให้รู้แน่ว่าไฉน
สองคนเขาจึงไซร้ ทำไรผิดถึงต้องตาย
๐ยายแก่ไม่รอช้า รีบเล่ามาไม่ขาดสาย
ยายบอกที่เขาตาย โดนปืนยิงทั้งสองคน
สาเหตุจากยาบ้า พิษสุราพาสับสน
จึงถูกปิดชีพตน ให้มอดม้วยมรณา
๐ได้ยาห้าพันเม็ด พร้อมใบเสร็จการจัดหา
ตำรวจเข้าตรวจตรา จึงตั้งด่านกันวุ่นวาย
รถติดแถวยาวเหยียด แสนเบียดเสียดสุดใจหาย
ปิดทางอย่างกับกลาย พลางน้ำท่วมจลาจล
๐หนึ่งสองชั่วโมงผ่าน เวลานานอนลหน
ปล่อยรถของผองชน ให้คลาดเคลื่อนเลื่อนออกไป
เก๋งตู้กะบะน้อย บีเอ็มค่อยเบนซ์หลั่งไหล
วิ่งออกจากที่ไป มุ่งสู่เขตบ้านเมืองตน
๐ส่วนเราก็เดินหน้า มุ่งออกมาจากถนน
มุ่งหน้าจรดล เข้าสู่เขตตะวันแดง
เวลาก็ใกล้เที่ยง ท้องส่งเสียงป่านรถแข่ง
ต้องจอดพักเอาแรง ค่อยสู้ต่อในบ่ายวัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น